โครงการแจกจ่ายวัคซีนขององค์การอนามัยโลก คาดการณ์ความล่าช้าในการกระจายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หลังอินเดียระงับการส่งออกวัคซีนแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ว่า โครงการโคแวกซ์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) กับองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน ( กาวี ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คาดการณ์การส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศยากจน จำนวน 90 ล้านโด๊ส ระหว่างเดือนมี.ค.-เม.ย.นี้ จะล่าช้ากว่ากำหนด แบ่งเป็น 40 ล้านโด๊สในเดือนนี้ และ 50 ล้านโด๊สในเดือนถัดไป

สถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลจากการที่สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ประกาศระงับการส่งออกวัคซีน “โควิชิลด์” ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของวัคซีนแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด ที่ผลิตในประเทศ พร้อมทั้งส่งออกให้หลายประเทศ และเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ด้วย เนื่องจากความต้องการในประเทศ “พุ่งพรวด” ซึ่งเป็นผลจากการที่อินเดียกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 และการผันแปร 2 ครั้ง ของพันธุกรรมในเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน

แม้โครงการโคแวกซ์ใช้วัคซีนของแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด ที่ผลิตโดยบริษัทแอสตราเซเนกา-เอสเค ไบโอ ของเกาหลีใต้ด้วย แต่วัคซีนที่ผลิตจากสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียถือเป็นกำลังสำคัญของโครงการ โดยนับตั้งแต่โคแวกซ์เริ่มส่งมอบวัคซีนให้กับกานาเป็นประเทศแรกในโลก เมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา การกระจายวัคซีนดำเนินไปอย่างต่อเนื่องแล้วมากกว่า 31 ล้านโด๊ส ในจำนวนนี้ 28 ล้านโด๊ส มาจากโรงงานในอินเดีย ส่วนที่เหลือเป็นของเกาหลีใต้