บริการทำความสะอาด: เคล็ดลับ ทำความสะอาดห้องน้ำ ทั้ง 10 จุด ห้องน้ำ เป็นห้องที่อาจมีพื้นที่น้อยที่สุดในตัวบ้าน แต่การ ทำความสะอาดห้องน้ำ นั้นกลับไม่น้อยเลยค่ะ เพราะภายในห้องน้ำนั้นมีพื้นผิวและวัสดุหลายประเภทที่ต้องการการดูแลต่างกันออกไป แค่เพียงน้ำยาขวดเดียวกับแปรงคงไม่พอ

1. น้ำยาแบบไหน ที่ใช้ล้างพื้นกระเบื้อง
วัสดุหลักที่หลาย ๆ บ้านใช้ในการปูพื้นห้องน้ำอย่างกระเบื้องนั้น เมื่อผ่านการใช้งานและโดนน้ำเป็นเวลานานก็จะเกิดคราบสกปรกขึ้นที่พื้นผิว ทั้งคราบจากสบู่ ยาสระผม รวมทั้งคราบตะกรันและเชื้อราที่เกิดจากการใช้น้ำและความชื้น ซึ่งปัจจุบันก็มีน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำยี่ห้อต่าง ๆ ที่ใช้ทำความสะอาดได้โดยเฉพาะ โดยน้ำยาเหล่านี้จะมีส่วนผสมของกรดเกลือ หรือ hydrochloric acid ที่สามารถขจัดคราบดำตามพื้นห้องน้ำ ตะกรัน คราบสบู่ และยังช่วยฆ่าเชื้อโรครวมทั้งป้องกันพื้นลื่น แต่ก็ต้องระวังร่องยาแนวที่อาจจะค่อย ๆ ผุกร่อนหากใช้น้ำยาที่มีกรดเกลือเข้มข้นมาก ๆ ค่ะ

2. การทำความสะอาดผนังห้องน้ำ
สำหรับผนังห้องน้ำที่เป็นกระเบื้องนั้นเราสามารถใช้น้ำยาล้างห้องน้ำร่วมกับการล้างพื้นได้ แต่อาจจะลดอัตราส่วนการใช้ลงมาเนื่องจากส่วนใหญ่บนผนังจะเจอคราบยาสระผมและสบู่ ซึ่งไม่มากเท่ากับพื้นที่มักจะเกิดเป็นคราบสะสมและเชื้อราจากการโดนน้ำมากกว่า นอกจากนี้ก็ยังสามารถใช้น้ำส้มสายชูซึ่งเป็นกรดอ่อน ๆ ผสมกับน้ำ ร่วมกับอุปกรณ์ในการขัดที่เป็นฟองน้ำหรือผ้าแทนที่จะเป็นแปรงแบบแข็ง ๆ ซึ่งจะช่วยรักษาพื้นผิวได้ดีกว่า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความมากน้อยของคราบด้วยนะคะ

3. ก๊อกน้ำใสไร้คราบมัน
ไม่ว่าจะเป็นก๊อกน้ำ สายชำระหรือฝักบัวที่เป็นสแตนเลสและสีโครเมียมก็มักจะเจอคราบแบบเดียวกัน นั่นก็คือคราบหมองจากไขมัน ซึ่งเป็นคราบที่ทำความสะอาดออกได้ไม่ยากนัก ต่างจากคราบสะสมที่พื้นหรือผนัง การเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดในบริเวณเหล่านี้จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีฤทธิ์กัดกร่อนคราบแบบแรง แต่เน้นการขจัดคราบมันและไม่ทำลายพื้นผิว อย่างน้ำยาขัดอเนกประสงค์ น้ำส้มสายชู สบู่เหลว หรือน้ำยาที่สามารถล้างแก้วได้นั่นเองค่ะ

4. ดูแลกระจกให้ใส ไม่ต้องปล่อยไว้นาน
หลาย ๆ คนอาจคิดว่าตรงส่วนกระจกนั้นเป็นบริเวณที่ไม่ค่อยมีคราบสกปรกและทำความสะอาดได้ง่าย จึงมักจะละเลยทิ้งไว้เป็นเวลานานจึงค่อยจัดการทีเดียว แต่จริง ๆ แล้วบริเวณกระจกนั้นมักต้องเจอกับคราบหลาย ๆ อย่างที่กระเด็นมาติด ทั้งยาสีฟัน โฟมล้างหน้า แชมพู ฯลฯ ซึ่งเป็นคราบที่ละลายน้ำได้ง่าย การรีบล้างออกและทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาหรือกระดาษหนังสือพิมพ์จึงเป็นสิ่งที่ควรทำโดยที่ไม่ต้องรอให้คราบสะสมจนล้างออกยากค่ะ

5. อ่างล้างหน้า ล้างได้ล้างเลย
แม้ว่าอ่างล้างหน้าจะเป็นส่วนที่โดนน้ำมากและผ่านการใช้น้ำสะอาดล้างอยู่เป็นประจำ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อ่างล้างน้ำสะอาดขึ้นหรือไร้คราบสกปรกนะคะ ในทางกลับกันยิ่งทำให้เกิดคราบมากขึ้นไม่ต่างจากบริเวณอื่น ๆ เลยค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคราบหมองที่อาจเห็นได้ไม่ชัด หรือจะเห็นว่าอ่างล้างหน้าดูไม่ใสเงางาม นั่นเลยทำให้เราอาจไม่ทันสังเกตให้ละเอียดและละเลยการทำความสะอาดไปเช่นเดียวกับกระจก มารู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคราบขุ่นหนาซะแล้ว การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ช่วงที่ยังมีคราบไม่หนาไปเรื่อย ๆ จึงเป็นวิธีที่ช่วยได้ค่ะ

6. ตัวช่วยทำความสะอาดกับการล้างโถชักโครก
ผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจใช้เป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดภายในโถชักโครกได้ อย่างของใช้ในครัวเรือนหรือน้ำอัดลม แต่อย่าลืมว่าในโถชักโครกนั้นเป็นบริเวณที่มีคราบสกปรกจากทั้งสิ่งปฏิกูล แร่ธาตุ รวมทั้งเชื้อโรคและกลิ่น ซึ่งการใช้ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ นั้นอาจจะทำความสะอาดได้ไม่ครบถ้วน ทางที่ดีควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับสุขภัณฑ์โดยเฉพาะและใช้ตัวช่วยอื่น ๆ มาเสริมในการขจัดคราบแบบเฉพาะเพื่อการออกฤทธิ์ที่ดีขึ้นโดยไม่ทำต้องทำร้ายพื้นผิวมากเกินไป

7. ผงซักฟอกต้องห้าม
ด้วยความที่ผงซักฟอกเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ทุกบ้านต้องใช้อยู่แล้ว แถมยังมีกลิ่นหอม ฟองเยอะ และมีฤทธิ์ไม่แรงเท่าน้ำยาขัดห้องน้ำทั่วไป เลยทำให้บางบ้านหยิบมาใช้ทำความสะอาดห้องน้ำด้วยซะเลย โดยหารู้ไม่ว่าผงซักฟอกนี่แหละตัวล้างออกยากเลยค่ะ ยิ่งถ้านำมาล้างพื้นกระเบื้องก็จะทำให้พื้นลื่น ไม่ปลอดภัยเวลาเดิน และหากห้องน้ำเป็นผนังปูนก็อาจเกิดคราบแป้งหรือฟอสเฟตตกค้าง ซึ่งจะทำให้เกิดเชื้อราตามมาได้

8.บอกลาคราบหินปูนสะสม
อีกเรื่องที่ต้องคอยใส่ใจคือคราบหินปูนสะสม ที่อาจเกิดขึ้นได้ที่บริเวณก๊อกน้ำหรือกระเบื้อง ซึ่งลำพังการใช้แปรงขัดธรรมดาอาจเอาไม่อยู่ เราเลยสามารถหาตัวช่วยอย่างเช่นเกรียงหรือพลั่วอันเล็กมาเป็นตัวช่วย โดยค่อย ๆ ขูดคราบหินปูนออกอย่างระมัดระวัง ตามด้วยการใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทำความสะอาด หรือหากต้องการถนอมพื้นผิวไม่ให้โดนกัดกร่อนมากเกินไปก็สามารถใช้น้ำส้มสายชูแทนได้ค่ะ

9.ร่องยาแนวขาวสะอาด โดยไม่พึ่งน้ำยา
บริเวณร่องยาแนวระหว่างกระเบื้องทั้งที่พื้นและบนผนังห้องน้ำเป็นอีกจุดที่ต้องคอยระวังและใส่ใจอยู่เสมอ เนื่องจากน้ำยาล้างห้องน้ำบางสูตรที่มีความเข้มข้นสูงอาจจะมีผลต่อสภาพของร่องยาแนวที่อาจค่อย ๆ ผุกร่อนและเสื่อมลง แต่หากต้องการทำความสะอาดร่องยาแนวแบบเฉพาะจุดโดยไม่พึ่งน้ำยาแบบเข้มข้น การใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่าฉีดทิ้งไว้ทิ้งไว้สัก 15-30 นาที ก็เป็นวิธีที่สามารถช่วยได้ค่ะ

10. การเลือกแปรงนั้นสำคัญไฉน
นอกจากการเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดรวมถึงวิธีการให้เหมาะกับบริเวณต่าง ๆ ในห้องน้ำแล้ว การเลือกใช้แปรงหรืออุปกรณ์ก็สำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ เพราะการใช้แปรงที่เหมาะสมนั้นจะทำให้การทำความสะอาดมีประสิทธิภาพ โดยต้องดูทั้งพื้นผิวและน้ำยาที่ใช้ร่วมกัน เช่น หากใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงก็ควรเลือกแปรงแบบแข็งที่ทนทานและไม่ทำปฏิกริยากับน้ำยา หรือการใช้แปรงขัดภายในโถชักโครกแยกกับแปรงที่ขัดตรงขอบโถชักโครก รวมทั้งการใช้ฟองน้ำหรือผ้ากับบริเวณที่ต้องการรักษาพื้นผิวเป็นพิเศษ